Register Now

Login

Lost Password

Lost your password? Please enter your email address. You will receive a link and will create a new password via email.

Login

Register Now

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit.Morbi adipiscing gravdio, sit amet suscipit risus ultrices eu.Fusce viverra neque at purus laoreet consequa.Vivamus vulputate posuere nisl quis consequat.

จับตาการเปลี่ยนแปลง สนามแม่เหล็กโลก ขนลุก “อาจมีสลับขั้ว”

จับตาการเปลี่ยนแปลง สนามแม่เหล็กโลก ขนลุก “อาจมีสลับขั้ว”

จากภาพ ฝูงดาวเทียมสวอร์มขององค์การอีซา ประกอบด้วยดาวเทียมสามดวง คอยตรวจวัดความเข้มและความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกด้วยความละเอียดแม่นยำสูง (จาก ESA/ATG Medialab)

โลกเรามีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มทั่วทั้งดวง สนามแม่เหล็กโลกมีบทบาทสำคัญในการเป็นเกราะปกป้องบรรยากาศของโลกจากลมสุริยะ
แต่สนามแม่เหล็กของโลกมิใช่สิ่งที่คงที่ถาวรบางครั้งอาจมีการสลับขั้วขึ้นจากขั้วเหนือเป็นขั้วใต้ จากขั้วใต้เป็นขั้วเหนือ นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอดีตมาแล้วหลายครั้ง

องค์การอวกาศยุโรปหรือองค์การอีซามีดาวเทียมชุดหนึ่งชื่อว่าสวอร์มฝูงบินนี้ขึ้นสู่อวกาศเมื่อปลายปี 2556 ประกอบด้วยดาวเทียมสามดวงปฏิบัติภารกิจร่วมกันในการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกทั้งจากแกนโลกเนื้อโลกเปลือกโลก มหาสมุทร รวมถึงบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์และแมกนีโทสเฟียร์

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยข้อมูลจากสวอร์มที่แสดงถึงความเข้มสนามแม่เหล็ก ณ บริเวณต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงทั้งเข้มขึ้นและอ่อนลงรวมถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงด้วย

 

 

 

แผนที่แสดงความเข้มสนามแม่เหล็กโลกพื้นที่สีแดงคือบริเวณความเข้มสูง พื้นที่สีน้ำเงินคือบริเวณความเข้มต่ำ
(จาก ESA/DTU Space)

ข้อมูลจากสวอร์มแสดงว่า สนามแม่เหล็กแถบตอนบนของทวีปอเมริกาเหนืออ่อนกำลังลงประมาณ 3.5% ส่วนในเอเชียกับเข้มขึ้นประมาณ 2% ส่วนบริเวณที่เรียกว่า เขตผิดปกติแอตแลนติกใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่สนามแม่เหล็กอ่อนที่สุดกำลังขยับไปทางตะวันตกอย่างต่อเนื่องพร้อมกับอ่อนกำลังลงไปอีก 2% นอกจากนี้ ตำแหน่งของขั้วแม่เหล็กก็กำลังเปลี่ยนตำแหน่งเช่นกัน พบว่าขั้วเหนือแม่เหล็กโลกกำลังเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกกำลังจะขึ้นบกที่ทวีปเอเชีย

เขตผิดปกติแอตแลนติกใต้หมายถึงบริเวณหนึ่งในมหาสมุทรแอตแลนติกอยู่ห่างจากฝั่งของบราซิลประมาณ 200-300 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นจุดที่แถบรังสีแวนอัลเลนอยู่ใกล้ผิวโลกมากโดยอยู่เหนือผิวโลกขึ้นไปเพียง 200-800 กิโลเมตรเท่านั้น ดาวเทียมที่เคลื่อนผ่านบริเวณนี้จะได้รับรังสีจากอนุภาคพลังงานสูงมากกว่าบริเวณอื่น

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสนามแม่เหล็กโลกเกิดขึ้นจากกระแสวนของเหล็กและนิกเกิลหลอมเหลวที่อยู่ในแก่นโลกชั้นนอกลึกลงไปใต้ผิวโลกราว3,000กิโลเมตร เมื่อเหล็กหลอมเหลวไหลวนตามการหมุนรอบตัวเองของโลกจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้า เป็นปรากฏการณ์คล้ายกับที่เกิดขึ้นในไดนาโม เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าสนามแม่เหล็กก็เกิดขึ้นตามมา และเมื่อใดที่ทิศทางหรือความเร็วในการไหลของโลหะเหลวที่แกนโลกชั้นนอกเปลี่ยน ก็จะทำให้สนามแม่เหล็กเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

“ข้อมูลที่ได้จากสวอร์มทำให้เราทราบว่าความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กดูเหมือนจะเกิดจากการที่โลหะเหลวที่แกนโลกไหลเร็วขึ้น”คริสฟินเลย์ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันอวกาศแห่งชาติในเดนมาร์กกล่าว

การที่โลหะหลอมเหลวที่แกนโลกไหลเร็วขึ้นจะหมายถึงใกล้ถึงเวลาสลับขั้วแล้วหรือไม่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าอาจเป็นไปได้ แม้จะยังไม่ยืนยันแน่ชัด เนื่องด้วยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจสาเหตุของการอ่อนกำลังของสนามแม่เหล็กในบางพื้นที่ดีนัก

ด้านนายวิมุติวสะหลายกรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย ให้ข้อมูลว่า หากแม่เหล็กโลกจะสลับขั้ว ขึ้นมาจริงๆ คงไม่ได้สลับแบบปุบปับฉับพลัน แบบเช้าตื่นมาเห็นเข็มทิศชี้กลับด้าน แต่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนใช้เวลาหลายปี ซึ่งไม่น่าจะส่งผลร้ายแรงถึงขั้นคอขาดบาดตายหรือจะสูญสิ้นอารยธรรมอย่างที่หลายคนกลัว จากบันทึกการสลับขั้วในอดีต ซึ่งมีมาหลายครั้ง พบว่า มันไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาของการเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งใดเลย

ดังนั้น สนามแม่เหล็กโลกจึงต้องเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป